โลกทัศน์ 'ป้อ' เวบมาสเตอร์เบชั่น (2)













นกเหล็กเหิรฟ้าา

iron_bird_1@yahoo.com

เชื่อมั่น ศรัทธา กล้าหาญ ทะยานฟ้าา นกเหล็ก เฮ่ !! เหิรฟ้าาาา ฮายยยย everybodyyyy

สัปดาห์นี้ ยังคงเป็นมุมโลกทัศน์ เจ้าของเวบไซต์ midnightthailand.com หรือ MT หนุ่มหน้าใส ที่เรียกตัวเองอย่างทะลึ่ง ทะเล้นว่า "เวบมาสเตอร์เบชั่น" ที่ได้มาจากการแชท ระหว่างเขากับผมผ่าน msn เรื่องหลากมุมของการสนทนา อาจบ่งนัยบางประการ ต่อโลกการ สื่อสาร และการนำเสนอเรื่องราว ผ่านเวบไซต์ ในอนาคต ผู้ปกครอง และเยาวชน โปรดใช้ดุลยพินิจ

หนุ่มผู้นี้ กำลังทำงานในระดับผู้จัดการส่วนวิศวกรรม ในบริษัทด้านสื่อสารมีชื่อเสียงรายหนึ่ง การเปิดเวบไซต์ดังกล่าว ก็มีเป้าหมายเพื่อหาข้อมูลแหล่งบันเทิงส่วนตัว สำหรับกิจกรรมบางอย่างในทางธุรกิจของบริษัท ซึ่งผู้บังคับบัญชาของเขาก็ทราบดีว่าเขากำลังทำอะไรบางอย่างในจุดนี้ แต่ยอมรับว่าใน MT ไม่มีอะไรเสียหายทั้งเชิงสังคม และเชิงการทำงาน เพราะเขาต้องแบ่งเวลาส่วนหนึ่งของการ นอนหลับพัก-ผ่อนมาดำเนินการในจุดนี้

ผลดังกล่าวทำให้เขาเคลื่อนจัดกิจกรรมเชิงสังคมชาวเน็ตหลังเลิกงานได้สะดวก จนทำให้กิจกรรมมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อย แถมยังมีแนวโน้มจะเติบโตอีก ณ วันนี้ เขาตัดสินใจยื่นใบลาออก ด้วยเกรงว่าหากขืนวางตัวสองบทบาทเช่นนี้ต่อไป สุดท้ายงานอาจเละเทะทั้งสองอย่าง

"ตอนแรกผู้บังคับบัญชาเค้าไม่ยอมให้ออก แต่พอผมอธิบายเหตุผลเขาก็โอ.เค. เพราะผมบอกว่าจะไปสร้างบริษัทเป็นของตัวเองครับ เพื่ออนาคต ทำหลายอย่าง รวมทั้ง MT ด้วย คือ ธุรกิจหลักที่ผมจะทำก็คือ ทำด้าน IT โดยมี MT เป็นเพียงแผนกๆ หนึ่งในบริษัท โดยมี System and Network เป็นหลัก ทำทางด้าน LAN , WAN หรือออกแบบโปรแกรม data information แล้ววางน้ำหนักธุรกิจดอทคอมเป็นรอง หรือให้ทั้งสองอย่างเดินคู่กัน"

ขณะที่ธุรกิจดอทคอม เริ่มเจ๊งกันเป็นแถบๆ แต่เขากับวางให้เป็นหนึ่งในธุรกิจที่เดินควบคู่กับงานหลัก

"ที่ว่าเดินคู่กันก็เพราะการทำ MT ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจดอทคอมของบริษัท สามารถสร้าง connection กับผู้ประกอบการต่างๆ ได้ โดยความสัมพันธ์เหล่านี้ เมื่อประกอบกับประสบการณ์ ที่ผมผ่านงานระบบวิศวกรรมมามากกว่า 6 ปี ทำให้ก้าวเข้าไปสร้างงานอื่น ร่วมกับผู้ประกอบการเหล่านี้ได้ ตอนนี้ผมก็เริ่มทำแล้วครับ เช่น มีการพัฒนาระบบ บิลลิ่ง หรือพัฒนาด้านระบบข้อมูล"

เขาอธิบายหลักคิดสัมพันธภาพชุมชนชาวเน็ตกับธุรกิจ ก่อนจะอธิบายวิธีดำเนินการ ว่าต้องเริ่มจากทีมเดิมที่ร่วมงานกันมา 2-3 คน แล้วค่อยเพิ่มจำนวนขึ้น เมื่องานเพิ่มขึ้นจึงว่าจ้างพนักงานประจำซึ่งเช่าสำนักงานย่านชานเมืองเป็นโฮมออฟฟิศ เพราะราคาไม่แพง โดยประมาณการคร่าวๆว่า ช่วงเริ่มต้นใช้เงินประมาณ 5-6 แสนบาท แล้วนำรายได้ที่ทยอยเข้าเป็นทุนหมุนเวียน "ผมคงไม่ทำอะไรแบบหวือหวา แต่จะค่อยๆ โตครับ"

ในช่วงนี้เขาได้เริ่มรุกเข้าไปในส่วนงานอื่นๆ กับผู้ประกอบการที่เขามีสายสัมพันธ์เดิมอยู่แล้ว และเคยแสดงผลงานให้เป็นที่ประจักษ์ ในฝีมือและคุณภาพงาน แม้กระทั่งส่วนการตลาดที่เป็นหัวใจขององค์กร เขายังเตรียมแผนงานเอาไว้ และเริ่มต้นไปแล้วบางส่วน ขาดเพียงในส่วนลูกค้าใหม่

"ไม่กลัวเจอสังคมวิพากษ์ว่าฝักใฝ่แต่เรื่องใต้สะดือ" ผมตั้งคำถามทิ้งท้ายในฐานะเขาเป็นเจ้าของเวบไซต์ ภาพพจน์ติดเรทวาบหวิว

"หนักใจครับกับหลายๆ คน ยังยึดตัวเองเป็นที่ตั้งว่า ถ้าใครคิดแตกต่างจากตัวเองแล้ว คนพวกนั้นเป็นคนไม่ดี คนที่มองจากวงนอกหลายคนอาจรู้สึกแบบนั้น แต่ในสังคม MT พวกเราเป็นผู้ใหญ่ มีหน้าที่การงานมีสถานะทางสังคมพอควร เราแยกแยะได้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่างเรื่องการใช้บริการนักศึกษาที่หารายได้พิเศษนี่ ในเวบผมจะไม่มีการพูดถึงเรื่องแบบนั้นเลย หรือถ้ามีอะไรไม่ดีมากๆ พวกเรากลับช่วยกันแอนตี้ครับ และ MT เราแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องสถานบริการที่ถูกต้องตามกฎหมายเป็นหลักเท่านั้นนะครับ หรืออย่างกระแสนิยมใช้บริการกับเด็ก ในเวบผมก็ไม่มีพูดถึงกัน แถมซ้ำกลับนำเรื่องแบบนี้มาประณามด้วยซ้ำ ผมว่าแฟนๆ คอลัมน์พี่นี่เปิดกว้างอยู่แล้ว แต่ถึงจะโดนโจมตีผมก็ไม่กลัว เพราะผมเองก็มีกิจกรรมอื่นๆ ที่สามารถพูดได้เยอะครับ กิจกรรมเพื่อสังคมก็ไม่น้อยใน MT นี่ครับ"

นี่แหละครับโลกทัศน์ของคนหนุ่มคนนี้ บางด้านอาจเป็นกำลังใจ หรือสร้างความมั่นใจ แก่ผู้อ่านเพื่อการเริ่มต้นทำอะไรให้ตัวเอง แต่อย่าลืมหลักการค่อยเป็นค่อยไปนะครับ บ๊าย-บาย แลนดิ้งงงงงงงงง.